หลักการและเหตุผล

เด็กคือทรัพยากรที่อันทรงคุณค่า และเป็นอนาคตของชาติ ที่ควรได้รับการเลี้ยงดูให้เจริญเติบโต และพัฒนาการสมวัย ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ปัจจุบันพัฒนาการของเด็กไทยโดยเฉพาะความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) มีแนวโน้มลดลง ปัจจัยที่ส่งผลต่อสติปัญญาเด็ก ได้แก่ ภาวะทุพโภชนาการ เช่น การขาดธาตุไอโอดีน โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของหญิงตั้งครรภ์ การขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ทารกแรกเกิดน้ำหนัก น้อยกว่า 2,500 กรัม โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรม และการอบรมเลี้ยงดู

การวิเคราะห์สถานการณ์อนามัยแม่และเด็กของสำนักส่งเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2548 พบว่า อัตราการตั้งครรภ์ในมารดาอายุต่ำกว่า 20 ปี พบร้อยละ 11.4 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายองค์การอนามัยโลกหญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กร้อยละ 12.3 และหญิงตั้งครรภ์ที่ขาดสารไอโอดีนพบถึงร้อยละ49.4 ด้านทารก พบว่า อัตราทารกแรกเกิดขาดออกซิเจน 25.6 ต่อพันการเกิดมีชีพ อัตราทารกแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ8.7

นอกจากนี้ในแต่ละปีจะมีคู่สมรสที่เสี่ยงต่อการได้บุตรเป็นโรคธาลัสซีเมีย ชนิดรุนแรง 17,000 คู่ ต่อการเกิด 800,000 คน ต่อปี อัตราการติดเชื้อเอช ไอ วี จากแม่สู่ลูกในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ลดลงอ่างต่อเนื่องเหลือร้อยละ 7.2 และบรรลุตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ (ร้อยละ 8 )

การพัฒนาสุขภาพเด็กปฐมวัย ยังต้องเร่งรัดกลยุทธ์ กลวิธี อีกหลายประการ รวมทั้งการกระตุ้นพัฒนาการเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี ซึ่งเซลล์สมองเจริญเติบโตร้อยละ 80 เป็นช่วงวัย “หน้าต่างแห่งโอกาส” ของการกระตุ้นและฝึกทักษะ ให้ได้รับการกระตุ้นทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ได้เห็นได้ยิน ได้กลิ่น ได้รส และได้สัมผัสตั้งแต่แรกเกิด ด้วยความรักจากแม่จะช่วยให้สานใยประสาทเซลล์สมองเพิ่มมากขึ้น เด็กจะฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว มีชีวิตชีวา รู้เหตุผล และเติบโตอย่างมีคุณภาพ

“อาหาร”ที่สำคัญที่สุดของเด็กคือ “นมแม่” เด็กที่ดื่มนมแม่จะมีค่าเฉลี่ยระดับเชาว์ปัญญา (IQ) เหนือกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ 3-10 จุด เมื่อแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การโอบกอด สัมผัส อุ้มลูกไว้ในอ้อมอก ส่งเสียง พูดคุย หยอกล้อ เด็กได้รับประสาทสัมผัสประสาททุกด้าน ส่งผลให้พัฒนาการเด็กสมวัย และฉลาดมากขึ้น ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกูฎราชกุมาร ที่จะส่งเสริมการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ พัฒนาชุมชนและสังคม ให้สนับสนุน และส่งเสริมการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ จึงพัฒนาการโครงการสายใยแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ฯ ในพื้นที่ทดลอง 4 แห่ง เพื่อมุ่งหวังการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยแม่ และเด็กในโรงพยาบาลรัฐสนับสนุน การทีส่วนร่วมของชุมชน ทางชมรมสายใยรักแห่งครอบครัว และส่งเสริมอาชีพให้สมาชิกและครอบครัวชมรม ตลอดจนการพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

การพัฒนาเด็กนั้น “โรงพยาบาล” นับเป็นสถานที่แห่งแรก ที่เด็กได้สัมผัสตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ขณะตั้งครรภ์ คลอด หลังคลอด และเด็กเล็ก (อายุ 0-5ปี) กรมอนามัยได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้โรงพยาบาลจัดระบบดำเนินการที่มาตรฐานและเป็นคุณภาพ ตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กโดยตลอด ผลการดำเนินงานโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

  • ผ่านเกณฑ์ประเมินโรงพยาบาลลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย ร้อยละ 86.7
  • ผ่านเกณฑ์ประเมินโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก ร้อยละ 98.5
  • ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานโรงเรียนพ่อแม่ โรงพยาบาลศูนย์ / โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลสังกัดกรมอนามัยร้อยละ 57.6 และโรงพยาบาลชุมชน ร้อยละ 44.9
  • ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานคลินิกนมแม่ โรงพยาบาลศูนย์ / โรงพยาบาลทั่วไป / โรงพยาบาลสังกัดกรมอนามัย ร้อยละ 57.9 และโรงพยาบาลชุมชน ร้อยละ 31.8

ทั้งนี้การพัฒนาระบบบริการงานอนามัยแม่และเด็กยังคงแยกเป็นส่วนๆ ดังนั้นเพื่อบูรณาการและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก ในสถานบริการสาธารณสุข ครอบครัวและชุมชน แบบองค์กรรวม อีกทั้งพัฒนาองค์ความรู้ และระบบบริการอนามัยแม่และเด็กที่มีมาตรฐานและต่อเนื่อง สนองต่อปณิธานอันแน่วแน่ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวขึ้น โดยเน้นการดูแลเด็กทารก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ในระยะตั้งครรภ์ คลอด หลังคลอด และการเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดถึง 5 ปี โดยชุมชนมีส่วนร่วมการพัฒนาคุณภาพบริการ งานอนามัยแม่และเด็ก เพื่อมุ่งหวังให้เด็กเจริญเติบโตและมีพัฒนาการสมวัยต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อบูรณาการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก ในสถานบริการ สาธารณสุข ครอบครัวและชุมชน พัฒนาองค์ความรู้และระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก ที่มีมาตรฐานและอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมาย

โรงพยาบาลรัฐและเอกชน ร้อยละ 80 (864 แห่ง) เข้าร่วมโครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว
โรงพยาบาลผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวระดับทอง อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง

โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการ คือ โรงพยาบาลที่ สมัครเข้าร่วมโครงการโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว จะได้รับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ 3 พระองค์

โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว หมายถึง โรงพยาบาลที่มีการจัดระบบบริการที่ได้มาตรฐานตามกระบวนการคุณภาพ ตั้งแต่ระยะตั้งแต่ครรภ์ คลอด หลังคลอด การเลี้ยงดูบุตรอายุ 0-5 ปี โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการบริการ ซึ่งมุ่งหวังให้แม่ - ลูกปลอดภัยจากการตั้งครรภ์และการคลอด ลูกได้รับการเลี้ยงดูให้มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย โดยแบ่งคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาลสายใยแห่งรักครอบครัว เป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวระดับทองแดง คือ โรงพยาบาลที่จัดระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก ที่ได้มาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว และรายงาน ก1 ก2 ครบถ้วนถูกต้อง ตรงเวลา

  • โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวระดับเงิน คือ โรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรัก แห่งครอบครัว ได้รับรายงาน ก1 ก2 ครบถ้วนถูกต้อง ตรงเวลา และชุมชนมีส่วนร่วมดำเนิน งานรวมตัวเป็นชมรมต่างๆ เช่น ชมรมสายใยรักแห่งครอบครัว

  • โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวระดับทอง คือ โรงพยาบาลที่จัดระบบบริการอนามัยแม่และเด็กที่ได้
    มาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวที่ได้รับรายงาน ก1 ก2 ครบถ้วน ถูกต้อง ตรงเวลา

แนวคิดระบบบริการคุณภาพโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว

การอนามัยแม่และเด็กเป็นบริการสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญ ของการพัฒนาคุณภาพประชากรซึ่งเริ่มตั้งแต่การดูแลครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์และการคลอดอย่างมีคุณภาพ มารดาและทารกปลอดภัย ปราศจากภาวะแทรกซ้อน และมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ต่อเนื่องถึงการให้การดูเด็กในช่วงปฐมวัย เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างองค์รวม ทั้งสุขภาวะทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

การที่แม่และทารกจะปลอดภัยจากการตั้งครรภ์และการคลอดนั้น ขึ้นกับการบริการสุขภาพและคุณภาพบริการที่ได้รับ หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับบริการฝากครรภ์คุณภาพ และเสริมทักษะการดูแล เลี้ยงดูเด็กที่ดีจากบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการส่งเสริมโภชนาการและทันตสุขภาพที่เหมาะสมจะทำให้มารดาและทารกที่คลอดมามีสุขภาพดี

หลังจากคลอดแล้วทารกควรได้รับการเลี้ยงดูด้วยน้ำนมมารดาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการบริการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ทั้งการประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ตลอดจนการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม และได้รับการเลี้ยงดู ดูแลที่เหมาะสมจากพ่อ แม่

ประการสำคัญบทเรียนจากการพัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็ก ของพระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมารในพื้นที่ทดลอง ที่ให้มีชมรมสายใยรักแห่งครอบครัว จะเป็นปัจจัยสำคัญของการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การดำเนินงานทั้งหมดของระบบบริการอนามัยแม่และเด็กที่มีคุณภาพ จะส่งผลลัพธ์การบริการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ได้แก่

  • ทารกแรกเกิดขาดออกซิเจนไม่เกิน 30 : พันการเกิดมีชีพ
  • ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ไม่เกินร้อยละ 8
  • อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ร้อยละ 20
  • เด็กแรกเกิด ถึง 5 ปี มีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 90

ต่อไป >>